การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัลกับความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐ
วันที่ 20 กันยายน 2562 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในยุคกิจิทัลกับความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐ”
นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องขอบคุณคนที่คิดกฎหมายนี้ขึ้นมา แม้เจ้าหน้าที่รัฐอาจจะลำบากขึ้นบ้าง แต่ต้องคิดว่านอกจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วบทบาทหนึ่งก็คือประชาชนด้วย เวลาต้องขอข้อมูลจากทางราชการสิ่งต่างๆ จะสะดวกขึ้น ซึ่งหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ อยู่ที่มาตรา 7, 9 .11 ที่ส่วนราชการต้องส่งข้อมูลมาประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งเรื่องที่ต้องประกาศคือมีผลกระทบต่อประชาชนไม่ใช่การบริหารงานภายใน จึงมีข้อยกเว้นตามมาตรา 7 เช่น ระเบียบเรื่องการถอดยศ ซึ่งเคยมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถอดยศรายหนึ่งร้องเรียนว่าไม่มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษา จึงมีการนำเรื่องนี้ไปสู่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งมีคำวินิจฉัยว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องที่มีผลผูกพันต่อประชาชนทั่วไป แต่เป็นเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงไม่ต้องประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
นายวิษณุ กล่าวว่า วันนี้เราเข้ามาสู่ยุคดิจิทัล ดิจิทัลเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหม่และสำคัญ ทำให้ทุกอย่างทันใจ กระชับ รวดเร็วว่องไวในการทำงาน เมื่อนำดิจิทัลมาใช้พัฒนาข้อมูลข่าวสารเพียงแค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ดังนั้นการปฎิบัติงานของข้าราชการในเวลานี้ต้องปรับข้อมูลข่าวสารให้ทันสมัย ปรับทัศนคติในการให้บริการประชาชน
แหล่งข่าว … https://www.thansettakij.com/content/410250
จากข่าวข้างต้น จึงมีสาระน่าศึกษาเพิ่มเติมดังนี้
- พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ฉบับแรก และฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2556
- หัวใจของกฎหมายฉบับนี้ อยู่ที่มาตรา 7, 9, 11
- มาตรา ๗ หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา(๑) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
(๒) สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน
(๓) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
(๔) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง
(๕) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนดข้อมูลข่าวสารใดที่ได้มีการจัดพิมพ์เพื่อให้แพร่หลายตามจำนวนพอสมควรแล้ว ถ้ามีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาโดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้นก็ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติวรรคหนึ่งแล้ว
ให้หน่วยงานของรัฐรวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งไว้เผยแพร่เพื่อขายหรือจำหน่ายจ่ายแจก ณ ที่ทำการของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นตามที่เห็นสมควร
- มาตรา ๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด(๑) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว
(๒) นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๗ (๔)
(๓) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
(๔) คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน
(๕) สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงตามมาตรา ๗ วรรคสอง
(๖) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ
(๗) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย
(๘) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนดข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ อยู่ด้วย ให้ลบหรือตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น
บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งได้ ในกรณีที่สมควรหน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมในการนั้นก็ได้ ในการนี้ให้คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยประกอบด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
คนต่างด้าวจะมีสิทธิตามมาตรานี้เพียงใดให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- มาตรา ๑๑ นอกจากข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้วหรือที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้แล้วหรือที่มีการจัดให้ประชาชนได้ค้นคว้าตามมาตรา ๒๖ แล้ว ถ้าบุคคลใดขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการและคำขอของผู้นั้นระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควร ให้หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควร เว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรข้อมูลข่าวสารของราชการใดมีสภาพที่อาจบุบสลายง่าย หน่วยงานของรัฐจะขอขยายเวลาในการจัดหาให้หรือจะจัดทำสำเนาให้ในสภาพอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูลข่าวสารนั้นก็ได้
ข้อมูลข่าวสารของราชการที่หน่วยงานของรัฐจัดหาให้ตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ มิใช่เป็นการต้องไปจัดทำ วิเคราะห์ จำแนก รวบรวม หรือจัดให้มีขึ้นใหม่ เว้นแต่เป็นการแปรสภาพเป็นเอกสารจากข้อมูลข่าวสารที่บันทึกไว้ในระบบการบันทึกภาพหรือเสียง ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด แต่ถ้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ากรณีที่ขอนั้นมิใช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า และเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพสำหรับผู้นั้นหรือเป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ หน่วยงานของรัฐจะจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้ก็ได้
บทบัญญัติวรรคสามไม่เป็นการห้ามหน่วยงานของรัฐที่จะจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการใดขึ้นใหม่ให้แก่ผู้ร้องขอหากเป็นการสอดคล้องด้วยอำนาจหน้าที่ตามปกติของหน่วยงานของรัฐนั้นอยู่แล้ว
ให้นำความในมาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การจัดหาข้อมูลข่าวสารให้ตามมาตรานี้ โดยอนุโลม
- มาตรา ๗ หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา(๑) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
- เรื่องที่ต้องประกาศคือมีผลกระทบต่อประชาชนไม่ใช่การบริหารงานภายใน จึงมีข้อยกเว้นตามมาตรา 7
- ดิจิทัลเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหม่และสำคัญ ทำให้ทุกอย่างทันใจ กระชับ รวดเร็วว่องไวในการทำงาน เมื่อนำดิจิทัลมาใช้พัฒนาข้อมูลข่าวสารเพียงแค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ดังนั้นการปฎิบัติงานของข้าราชการในเวลานี้ต้องปรับข้อมูลข่าวสารให้ทันสมัย ปรับทัศนคติในการให้บริการประชาชน
