การจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดย สกอ.

สกอ. เริ่มจัดอันดับมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2549 ภายใต้ชื่อ “โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้กับนักเรียนที่จะใช้ในการเลือกสอบเข้าเรียนในสถาบันต่าง ๆ

ลักษณะการจัดอันดับได้แบ่งหัวข้อออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ด้านการเรียนการสอน และด้านการวิจัย

ตัวบ่งชี้ด้านการเรียนการสอน

  1. Student ratio (20%) คำนวณจาก
    • จำนวนนักศึกษาทุกระดับ ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
  2. Faculty resources (20%) คำนวณจาก
    • จำนวนอาจารย์วุฒิปริญญาเอก ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
    • จำนวนศาสตราจารย์ ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
    • จำนวนรางวัลระดับชาติและนานาชาติ
    • จำนวนอาจารย์ทั้งหมด ต่อ จำนวนหลักสูตรทั้งหมด
  3. Financial resources (20%) คำนวณจาก
    • งบประมาณแผ่นดินทุกหมวด+เงินรายได้จากการจัดการเรียนการสอนนอกเวลา ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
    • งบประมาณแผ่นดินทุกหมวด+เงินรายได้จากการจัดการเรียนการสอนนอกเวลา ต่อ จำนวนนักศึกษาทั้งหมด
    • งบห้องสมุดต่อจำนวนนักศึกษาทั้งหมด
    • ขนาดของแบนด์วิดท์ต่อจำนวนนักศึกษาทั้งหมด
  4. Internationality (10%) คำนวณจาก
    • จำนวนนักศึกษาต่างชาติ ต่อนักศึกษาทั้งหมด
    • จำนวนอาจารย์ต่างชาติ ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
  5. Quality of Education (10%) คำนวณจาก
    • ศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลระดับชาติ/นานาชาติ
    • นักศึกษาปัจจุบันที่ได้รับรางวัลระดับชาติ/นานาชาติ

ตัวบ่งชี้ด้านการวิจัย (Research Ranking Indicator, RRI)

  1. ด้านแหล่งทุน (20%) คำนวณจาก
    • เงินรายได้ที่จัดสรรเพื่อการวิจัย+เงินวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
    • เงินรายได้ที่จัดสรรเพื่อการวิจัย ต่อ งบประมาณแผ่นดินทุกหมวด
    • เงินวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกทั้งในและต่างประเทศ ต่อ งบประมาณแผ่นดินทุกหมวด
    • เงินวิจัยจากอุตสาหกรรม, กระทรวง, จังหวัด ต่อ งบประมาณแผ่นดินทุกหมวด
  2. ด้านบุคลากร (20%) คำนวณจาก
    • จำนวน (อาจารย์+นักวิจัย) วุฒิปริญญาเอก ต่อ จำนวน (อาจารย์+นักวิจัย) ทั้งหมด
    • จำนวนศาสตราจารย์ ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
    • จำนวนรางวัลระดับชาติและนานาชาติ*
    • จำนวน (อาจารย์+นักวิจัย) ที่เป็นสมาชิกคณะบรรณาธิการ ของวารสารฐานข้อมูลสากล
  3. ด้านผลงาน คิดเป็น (45%) คำนวณจาก
    • จำนวนสิทธิบัตรในประเทศ
    • จำนวนสิทธิบัตรในต่างประเทศ
    • จำนวนบทความในฐานข้อมูลสากล ต่อ จำนวน (อาจารย์+นักวิจัย) ทั้งหมด
    • เงินรายได้ที่จัดสรรเพื่อการวิจัย+เงินทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก ต่อ จำนวนบทความทั้งหมด
    • จำนวนบทความในฐานข้อมูล ISI ที่ (อาจารย์+นักวิจัย) เป็นผู้วิจัยหลัก ต่อ จำนวนบทความในฐานข้อมูล ISI
    • จำนวนครั้งที่บทความในฐานข้อมูล ISI ได้รับการอ้างอิง ต่อ จำนวนบทความในฐานข้อมูล ISI (ย้อนหลัง 5 ปี)
    • จำนวนหนังสือหรือตำราที่เขียนเป็นภาษาต่างประเทศที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์
  4. ด้านบัณฑิตศึกษา (15%) คำนวณจาก
    • จำนวนนักศึกษา ป. เอกที่รับเข้าศึกษา ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
    • จำนวนบัณฑิต ป. เอกที่จบการศึกษา ต่อ จำนวนอาจารย์ทั้งหมด
    • จำนวนนักศึกษา ป. เอก ที่ได้รับทุน คปก. หรือเทียบเท่า ต่อ จำนวนนักศึกษาทั้งหมด

ทั้งนี้ผลการจัดอันดับแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1) อันดับในภาพรวมแบ่งแยกตามมหาวิทยาลัยแบ่งออกเป็นกลุ่ม
2) อันดับแบ่งแยกย่อยในแต่ละสาขาวิชา โดยแบ่งออกเป็น 7 สาขาวิชาย่อย ได้แก่

(1) สาขาวิทยาศาสตร์
(2) สาขาเทคโนโลยี
(3) สาขาชีวการแพทย์
(4) สาขามานุษยวิทยาและศิลปกรรมศาสตร์
(5) สาขาสังคมศาสตร์
(6) สาขาเกษตร
(7) สาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  1. http://www.moe.go.th/news_center/news17082549_3.htm
  2. https://news.swu.ac.th/newsclips/type_activity.asp?type_id=1&page=315
  3. https://healthsci.mfu.ac.th/health-sci-aboutus/hs-school/health-sci-history.html
Unknown's avatar

ฺBoonlert Aroonpiboon

เก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ

You may also like...

Discover more from Boonlert Aroonpiboon

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading