การแลก JR Pass Voucher กรณีศึกษาจากทริปฟุกุโอกะ

วิธีประหยัดสำหรับทริปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ว่าจะภูมิภาคใด พื้นที่ใด คือ การซื้อ JR Pass โดยสามารถซื้อจากเว็บไซต์หรือตัวแทนจำหน่ายในไทย เช่น https://www.klook.com/th/city/100-jr-pass/ หรือ https://www.kkday.com/th/ โดยเราจะได้รับ JR xxx Exchange Voucher Customer’s Coupon ดังตัวอย่างเป็น JR Kyushu Exchange Voucher Customer’s Coupon แบบ 5 วัน 

ซึ่งเราต้องนำ Voucher ดังกล่าวไปแลก JR Pass ตัวจริงที่สถานีรถไฟ JR ณ เมืองที่เราระบุในเอกสารการจอง (ตัวอย่างต้องไปแลกที่สถานีรถไฟ Hakata เมือง Fukuoka)

ที่สถานีรถไฟ Hakata เริ่มด้วยการหาจุดแลก JR Pass โดยนำ JR Kyushu Exchange Voucher Customer’s Coupon ไปแลก จุดแลก JR Pass จะอยู่ตรงข้ามกับ Information Center กลางๆ สถานีเลยครับ ตรงประตูทางเข้าจะพบกับเจ้าหน้าที่ซึ่งจะให้เราเขียนรายละเอียดการสำรองที่นั่งรถไฟ JR ในแต่ละเที่ยว แต่ละวัน ในแบบฟอร์ม Rail pass reserved seat application form อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำแผนการเดินทางคร่าวๆ มาก่อน ไม่งั้นจะเสียเวลามาก จากนั้นก็ถามว่าเราจะเริ่มใช้ JR Pass วันใด

ตั๋ว JR Pass ที่เขียนชื่อของผู้โดยสาร คือเอกสารสำคัญใช้เข้าออกสถานี … ส่วนที่เหลือก็เก็บได้เลยครับ ใช้เป็นครั้งๆ เช่น หากขึ้นรถก็ค่อยเอาตั๋วที่ระบุที่นั่งมาดูและแสดงต่อนายตรวจ หรือหากต้องการสำรองเพิ่มก

สำคัญมากจะต้องพิมพ์ Voucher ให้ครบคน พร้อม Passport ของทุกคนในทริปพร้อมไปด้วย

การทำแผนเที่ยวพร้อมศึกษาเที่ยวรถไฟมาก่อน จึงสำคัญและจำเป็นมาก โดยศึกษารายละเอียด Pass ที่จะซื้อว่าครอบคลุมพื้นที่เส้นทางใดบ้าง

วางแผนคร่าวๆ รายวันว่าจะไปที่ใด

ศึกษาเส้นทางรถไฟ โดยเฉพาะสถานีต้นทาง สถานีปลายทาง วัน/เวลาคร่าวๆ ที่นั่งรถไฟ ด้วยเว็บไซต์ http://www.hyperdia.com/

JR Pass ที่เลือก JR Northern Kyushu Pass แบบ 5 วัน ซึ่งสามารถนั่งไปสถานีต่างๆ ได้ตามแผนผังและทริปเราวางแผนเดินทาง 4 เมืองหลักคือเมือง Fukuoka, Nagasaki, Oita และ Kitakhushu …

ตัวอย่างวันที่ 31 ธันวาคม วางแผนจะไป Nagasaki และกลับมา Fukuoka จะต้องตรวจสอบเวลารถไฟจากเว็บ Hyperdia ดังนี้

  • From คือสถานีต้นทาง … อันนี้ต้องศึกษาสถานีหลักของเมืองต่างๆ ด้วยนะครับ เช่น จุดหลักของทริปเราคือเมือง Fukuoka สถานีหลักจะชื่อ Hakata ในขณะที่เมืองอื่นๆ สถานีมักจะเป็นชื่อเมือง เช่น เมือง Nagasaki ก็จะชื่อสถานี Nagasaki เมือง Oita จะชื่อสถานี Oita เป็นต้น
  • To คือสถานีปลายทาง
  • Date คือวันที่ที่จะเดินทาง
  • Time คือเวลาประเมินที่จะตรวจสอบเวลารถไฟ อันนี้สำคัญมาก หากเลือกแล้วควรบริหารเวลาให้ได้นะครับ เพราะรถไฟที่ญี่ปุ่นตรงเวลามาก หากไม่ทันก็ต้องจัดการตั๋วใหม่
  • Type ไม่ต้องเลือกครับ
  • จากนั้นคลิกปุ่ม Search

เส้นทางรถไฟที่ Hyperdia แนะนำ แบ่งเป็น Route ต่างๆ จากตัวอย่าง Route 2 และ Route 3 คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถ ที่เหลือก็อยู่ที่เวลาแล้วครับ ว่าสนใจเวลาใด เราก็เอาเวลาที่ต้องการ เขียนในแบบฟอร์มสำรองที่นั่งได้เลยครับ เที่ยวอื่นๆ ก็ใช้หลักการนี้

เมื่อกรอกรายละเอียดการสำรองที่นั่ง(เลือกระบุบางเส้นทางได้ ไม่ต้องให้ครบ) แล้วก็ไปยื่นเอกสารกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะได้เอกสารมา 3 ชุดต่อ 1 คน ได้แก่

เอกสางแสดงสิทธิการสำรองที่นั่งเป็นเอกสารที่มี 16 ช่อง ใช้แสดงสิทธิการสำรองที่นั่งว่าสำรองไปกี่ครั้งแล้ว สามารถใช้เพื่อสำรองที่นั่งขบวนอื่นๆ ได้จนครบ 16 ช่อง หรือ 16 ครั้ง

ตั๋ว JR Pass ที่ต้องใช้สอดผ่านเครื่องกั้นประตูเข้าออกสถานี … ใบนี้สำคัญมากห้ามหาย ถ้าหายก็คือเสียสิทธิการใช้ JR Pass ทันที และต้องซื้อเป็นรายครั้งเอง

ตั๋วแสดงเที่ยวรถไฟ พร้อมที่นั่ง/คันที่ ซึ่งมีจำนวนเท่ากับที่สำรองไว้ ดังตัวอย่างเอกสารหมายเลข 1 มีประทับตรา 9 ช่อง แสดงว่าเอกสารหมายเลข 3 ของแต่ละคนจะมี 9 ใบนั่นเอง

เก็บตั๋วต่างๆ ให้ดีนะครับ และใช้ตั๋ว JR Pass ที่เขียนชื่อของเราเป็นตั๋วหลักในการเข้าออกสถานีครับ น่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับผู้สนใจเลือกเดินทางด้วยรถไฟ JR ได้บ้างนะครับ

Unknown's avatar

ฺBoonlert Aroonpiboon

เก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ

You may also like...

Discover more from Boonlert Aroonpiboon

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading