ครั้งหนึ่งกับความประทับใจวิถีชุมชนปรางค์กู่ ศรีสะเกษ

ครั้งหนึ่งกับความประทับใจวิถีชุมชนปรางค์กู่ ศรีสะเกษ ผูกข้อมือรับขวัญ ชมสาธิตการย้อมไหม การทอผ้า และการเลี้ยงไหม

การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตัวไหมที่ชาวบ้านนำมาเลี้ยงนั้น มีลักษณะคล้ายๆ กับตัวหนอน โดยจะกินใบหม่อนเป็นอาหาร

เมื่อตัวไหมหรือตัวหนอนแก่เต็มที่ จะสร้างฟักไหมขึ้นมาห่อหุ้มตัวเอง มีสีเหลือง (ไหมเหลือง) หรือสีขาว (ไหมขาว) ชาวบ้านจะเรียกกันว่า ฝักหลอก (ฝักไหม) เป็นไยไหมที่ตัวไหมหนึ่งตัวจะสร้างฝักไหมได้หนึ่งฝัก

การสาวหลอก คือกรรมวิถีสาว (ดึง) เอาไยไหมออกมาจากฝักหลอก (ฝักไหม) มาเป็นเส้นไหม โดยนำเอาฝักหลอก (ฝักไหม) ต้มใส่หม้อดินขนาดใหญ่ มีเครื่องมือคีบดึงเส้นไหมออกมาเป็นเส้นยาวติดต่อกันเป็นเส้นเดียวกันตลอดจนหมดทุกฝัก เมื่อดึงเอาเส้นไหมออกมาจนหมดทุกฝักแล้วจะเหลือแต่ตัวไหม (ตัวหนอน) ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ดักแด้” เป็นอาหารที่ให้โปรตีนและอร่อยมาก เป็นของโปรดของชาวอีสาน ไหมที่ได้จากการสาวหลอกนี้เป็นไหมเส้นแข็ง เรียกกันว่า ไหมดิบ

การเหล่งไหม ไหมที่สาว (ดึง) ออกมาจากฝักหลอกนั้น จะยาวติดต่อเป็นเส้นเดียวกันตลอด ชาวบ้านจะนำเส้นไหมดิบมาเหล่งไหม (คล้ายกรอไหม) เพื่อทำเส้นไหมให้เป็นปอยไหม ไหมแต่ละปอยที่เหล่งได้นั้นจะใช้ไหมหนักประมาณ 2 – 3 ขีด

เหล่ง หรือ เล่ง หรือ เล็น เป็นอุปกรณ์สำหรับกรอเส้นฝ้ายหรือไหมให้เป็นเข็ดหรือไจ เมื่อใช้กับเส้นไหมจะเรียกว่า เล่งไหม นิยมทำจากไม้เนื้อแข็ง ลักษณะโครงสร้างเป็นวงล้อ มี 4 หรือ 6 แฉก มีแกนตรงกลางสำหรับหมุน มีฐานยาวสามารถถอดวงล้อออกจากขาตั้งได้

 

 

ข้อมูลสนับสนุนเกี่ยวกับชุมชน

Unknown's avatar

ฺBoonlert Aroonpiboon

เก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ

You may also like...

Discover more from Boonlert Aroonpiboon

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading