พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2565
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 37 และมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเพื่อให้การเป็นไปตามสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคี โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
เพิ่มบทนิยาม
ผู้ให้บริการ หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่นหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
ผู้ใช้บริการ หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม
แก้ไขบทนิยามเดิม
มาตรการทางเทคโนโลยี หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขยายความของ “การละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี” ที่กว้างขึ้นโดยหมายถึงการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลทำให้มาตรการทางเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงไม่เกิดผล รวมทั้งการระบุข้อยกเว้น
ทั้งนี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมหลายมาตราในประเด็นที่เกี่ยวกับผู้ให้บริการ การละเมิดลิขสิทธิ์บนระบบหรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ ซึ่งน่าเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามรายละเอียด การตีความ และกรณีตัวอย่างต่อไป
หนึ่งในจุดน่าสนใจก็คือ ภาพถ่าย โดย พ.ร.บ. ปี 2537 ได้ระบุไว้ในมาตรา 21 ดังนี้ … ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียงหรือ งานแพร่เสียงแพร่ภาพให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ พ.ร.บ. ฉบับที่ 5 ได้มีการยกเลิกความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ
ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน … ลิขสิทธิ์ในโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
กล่าวคือ พ.ร.บ. ฉบับที่ 5 ตัดคำว่า “ภาพถ่าย” ออกไป ดังนั้นอายุคุ้มครองภาพถ่าย จึงเป็นไปตามมาตรา 19 แทน คือ … ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย…. แปลว่า ภาพถ่าย จะมีอายุคุ้มครองยาวขึ้นนั้นเอง
ยังไงลองศึกษากันนะครับ ดาวน์โหลด พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ ปรับปรุงทุกฉบับ

You must be logged in to post a comment.