ข้อยกเว้นของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
มาตรา 4 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้ระบุไว้ว่า กฎหมายนี้ไม่ใช้บังคับแก่ (หรือยกเว้นในกรณี ดังนี้)
(1) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น
(2) การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึง ความมั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับ การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
(3) บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมไว้เฉพาะ เพื่อกิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรมอันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ หรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น
(4) สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา รวมถึงคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งโดยสภาดังกล่าว ซึ่งเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา หรือคณะกรรมาธิการ แล้วแต่กรณี
(5) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
(6) การดำเนินการกับข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต
แม้ว่ากฎหมายจะยกเว้นในข้อ (2) (3) (4) (5) และ (6) ผู้ควบคุมข้อมูลของข้อ (2) (3) (4) (5) และ (6) ต้องจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วยนะครับ
จากข้อยกเว้นข้างต้น ประชาชนทั่วไปก็จะได้รับการยกเว้นตาม (1) ในหลายๆ กิจกรรม เพราะกิจกรรมดังกล่าวอาจจะเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น เช่น การทำผังครอบครัว การทำประวัติสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งการถ่ายภาพบุคคลแล้วนำภาพโพสต์บน Facebook หรือ Social Media ของตนเอง (โดยไม่สร้างความเสื่อมเสียต่อบุคคล)
ประเด็นการถ่ายภาพ การติดกล้อง CCTV เพื่อความปลอดภัยของตน เป็นดราม่าแรงมาก จนกระทั่ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องจัดทำ Infographic สื่อสารไว้ดังนี้


You must be logged in to post a comment.