สาระความรู้เกี่ยวกับอัคคีภัย
อัคคีภัย จัดเป็นภัยที่เกิดได้บ่อยและสร้างความเสียหายได้มาก การศึกษาทำความเข้าใจกับการป้องกันตนเพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัย หรือช่วยตนเองระหว่างเกิดเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่ง ก่อนอื่นก็ทำความรู้จักกับการเกิดของไฟกันก่อน

ไฟเกิดจากการรวมตัวขององค์ประกอบ 3 ประการ โดยองค์ประกอบทั้ง 3 รวมตัวกันจนได้สัดส่วน ที่เรียกว่าทฤษฎีสามเหลี่ยมของไฟ
1.เชื้อเพลิง (FUEL) คือ สิ่งที่ติดไฟและลุกไหม้ได้ มาได้จากสารอนินทรีย์เคมี (ไม่มีส่วนประกอบของธาตุคาร์บอน) และสารอินทรีเคมี (มีส่วนประกอบของธาตุคาร์บอน)
2.ความร้อน (HEAT) คือ ความร้อนที่เหมาะสมและเพียงพอ สามารถทำอุณหภูมิสูงจนทำให้สารเชื้อเพลิงจุดติดไฟ เช่น สะเก็ดไฟ ลูกไฟจากการเชื่อม เครื่องจักรร้อน ไฟฟ้าช็อต เปลวไฟ บุหรี่ ฟ้าผ่า ฯลฯ
3.ออกซิเจน (OXYGEN) ในบรรยากาศทั่วไปมีออกซิเจน การเผาไหม้ใช้ออกซิเจนเพียง 16% ซึ่งสามารถทำให้ช่วยติดไฟได้ ยิ่งออกซิเจนมากยิ่งทำให้ติดไฟได้ดี
ทั้งนี้หากมีปฏิกิริยาลูกโซ่ที่หล่อเลี้ยงให้เกิดไฟไหม้จะส่งผลให้เกิดไฟไหม้อย่างต่อเนื่อง
รู้จักการเกิดของไฟแล้ว ก็มาทำความรู้จักกับประเภทของไฟ และการดับไฟตามประเภทนั้นๆ กันนะครับ
1.ไฟประเภท A มีสัญลักษณ์เป็น รูปตัว A สีขาวหรือดำอยู่ในสามเหลี่ยมสีเขียว ไฟประเภท A คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ฟืน ฟาง ยาง ไม้ ผ้า กระดาษ พลาสติก หนังสติ๊ก หนังสัตว์ ฯลฯ
วิธีดับไฟประเภท A ที่ดีที่สุด คือ การลดความร้อน (Cooling) โดยการใช้น้ำ
2. ไฟประเภท B มีสัญลักษณ์เป็นรูปตัว B สีขาวหรือดำอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมสีแดง ไฟประเภท B คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของเหลวและก๊าซ เช่น น้ำมันทุกชนิด แอลกอฮอล์ ทินเนอร์ ยางมะตอย จารบี และก๊าซติดไฟทุกชนิด เป็นต้น
วิธีดับไฟประเภท B ที่ดีที่สุด คือ กำจัดออกซิเจน ทำให้อับอากาศ โดยคลุมดับ ใช้ผงเคมีแห้งใช้ฟองโฟมคลุม
3.ไฟประเภท C มีสัญลักษณ์เป็นรูป C สีขาวหรือดำอยู่ในวงกลมสีฟ้า ไฟประเภท C คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด การสปาร์ค
วิธีดับไฟประเภท C ที่ดีที่สุด คือ ตัดกระแสไฟฟ้าแล้วจึงใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือน้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มีCFC ไล่ออกซิเจนออกไป
4.ไฟประเภท D มีสัญลักษณ์เป็นรูปตัว D สีขาวหรือดำอยู่ในดาว 5 แฉกสีเหลือง ไฟประเภท D คือไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นโลหะและสารเคมีติดไฟ เช่น วัตถุระเบิด ผงแมกนีเซียม, ปุ๋ยยูเรีย (แอมโมเนียมไนเตรต) ฯลฯ
วิธีดับไฟประเภท D ที่ดีที่สุด คือ การทำให้อับอากาศด้วยการใช้ทรายแห้ง หรือก๊าสเฉื่อย หรือใช้สารเคมีเฉพาะ (ห้ามใช้น้ำเป็นอันขาด) ซึ่งต้องศึกษาหาข้อมูลแต่ละชนิดของสารเคมีหรือโลหะนั้นๆ
5. ไฟประเภท K มีสัญลักษณ์เป็นรูปตัว K สีขาวอยู่ในรูปแปดเหลี่ยมสีดำ ไฟประเภท K คือไฟที่เกิดจากน้ำมันที่ติดไฟยาก เช่น น้ำมันทำอาหาร น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ติดไฟ
วิธีดับไฟประเภท K ที่ดีที่สุด คือ การกำจัดออกซิเจน การทำให้อับอากาศด้วยโฟม หรือทราย หรือถังดับเพลิงชนิดพิเศษที่สามารถดับไฟชนิดนี้

ทั้งนี้อัคคีภัยเกิดได้หลากหลายสาเหตุ ดังนี้
- อุปกรณ์ไฟฟ้าขัดข้องเสียหายเสื่อมสภาพ
- การสูบบุหรี่หรือการจุดไฟ
- ความเสียดทานของประกอบของเครื่องจักร เครื่องยนต์
- วัตถุที่มีผิวร้อนจัด เช่น เหล็กที่ถูกเผา ท่อไอน้ำ
- เตาเผาซึ่งไม่มีฝาปิดหรือเปลวไฟที่ไม่มีสิ่งปกคลุม
- ประกายไฟที่เกิดจากเครื่องจักรขัดข้อง การเชื่อมและตัดโลหะ
- การวางเพลิง
- ไฟฟ้าสถิต
- ปฏิกิริยาของสารเคมีบางชนิด เช่น โซเดียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส เมื่อสัมผัสกับน้ำ อากาศ หรือวัสดุอื่นๆ ทำให้เกิดการลุกไหม้ได้
- และอีกมายมาย
สำหรับหน่วยงานต่างๆ กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้มีบุคลากรร้อยละ 40 ต้องซ้อมหรือยอมรับการซักซ้อมด้านอัคคีภัย และหน่วยงานต้องทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ดังนี้
- ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งจะประกอบด้วยแผนป้องกันอัคคีภัยต่างๆ 3 แผน คือ แผนการอบรมแผนการรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย และแผนการตรวจตรา เช่น รณรงค์งดการสูบบุหรี่ การตรวจคุณภาพสายไฟระบบไฟ
- ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งจะประกอบด้วยแผนเกี่ยวกับการดับเพลิง และลดความสูญเสียโดยประกอบด้วยแผนต่างๆ 3 แผนคือ แผนการดับเพลิง แผนการอพยพหนีไฟ และแผนบรรเทาทุกข์ สำหรับแผนบรรเทาทุกข์จะเป็นแผนที่มีการปฏิบัติต่อเนื่องไปจนถึงหลังเหตุเพลิงไหม้สงบลงแล้วด้วย
- หลังเหตุเพลิงไหม้สงบลงแล้ว จะประกอบด้วยแผนที่จะดำเนินการเมื่อเหตุเพลิงไหม้สงบแล้ว 2 แผน คือ แผนการบรรเทาทุกข์ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจากภาวะเกิดเหตุเพลิงไหม้ และแผนปฏิรูปฟื้นฟู
ทั้งนี้ท่านที่สนใจเพิ่มเติมสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก

You must be logged in to post a comment.