Tagged: Wikipedia

Google Knowledge Graph

Google Knowledge Graph

เคยสังเกตกันบ้างไหมครับว่าบริการสืบค้นของ Google ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ จะมีการแสดงข้อมูลจากคำค้น (บางคำบางกลุ่ม) ที่น่าสนใจในลักษณะข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว ดังเช่น ค้นด้วยคำว่า Bear จะปรากฏผลลัพธ์ด้านขวาของจอภาพ ดังนี้ บริการนี้เรียกว่า Google Knowledge Graph ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ของ Google Search ที่ช่วยให้เราหา “คำตอบ” จากเครื่องมือค้นหาได้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันที่หาได้เฉพาะลิงก์เป็นหลัก โดยคำตอบดังกล่าวมีความลึกและมากกว่าปกติ

10 เว็บที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเน็ต

10 เว็บที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเน็ต

เนื้อหาเรื่อง 10 Websites To Make Your Online Time Productive! จาก http://efytimes.com น่าสนใจมาก เพราะเป็นเว็บที่ให้อะไรได้มากกว่าที่คิด สำหรับตนเองมีสองเว็บที่ประทับใจและใช้บริการอยู่ประจำคือ http://www.wikipedia.org/ และ http://www.howstuffworks.com/ แย่จังเลย … คงต้องหาเวลาศึกษาเว็บที่เหลือแล้วละครับ ดังนี้ http://www.todayifoundout.com/ http://www.poemhunter.com/poets http://www.goodreads.com/ http://www.flipkart.com/ http://www.wikihow.com/Main-Page http://www.lumosity.com/ http://www.freerice.com/ http://www.vocabulary.com/

Open Source Software & Freeware กับแนวทางการพัฒนาเพื่อใช้บริหารจัดการความรู้ขององค์กร

Open Source Software & Freeware กับแนวทางการพัฒนาเพื่อใช้บริหารจัดการความรู้ขององค์กร

กระแสการจัดการความรู้ (KM: Knowledge Management) นับเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากทุกองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงบุคคลทั่วไปอย่างกว้างขวาง อันจะเป็นที่ยอมรับว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้องค์กรยั่งยืนในหลายมิติ ซึ่งเกิดจากการที่องค์กรก้าวสู่สภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เครื่องมือต่างๆ ทางไอซีที (ICT Tools) ได้ถูกนำมาปรับประยุกต์ใช้กับการจัดการความรู้เพื่อให้สามารถจัดเก็บ รวบรวม วิเคราะห์ ประมวลผล รายงานผลได้ทันต่อความต้องการใช้งานความรู้ของบุคลากร และองค์กร การพัฒนาระบบไอซีทีเพื่อสนับสนุนการจัดการความรู้ สามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยงบประมาณที่ไม่มากนัก โดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในกลุ่มโอเพนซอร์สและ/หรือฟรีแวร์ (OSS: Open Source Software & Freeware) โดยเฉพาะซอตฟ์แวร์ที่มีความสามารถตามแนวทางเทคโนโลยีเว็บ 2.0 (Web 2.0) เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากกลุ่มคน...

เหตุใดต้องมี “อ้างอิง”

เหตุใดต้องมี “อ้างอิง”

เหตุใดในการเขียนผลงาน การทำรายงาน การทำโครงการ หรือการเผยแพร่ข้อมูลจึงต้องมีการอ้างอิงที่มา อธิบายได้ง่ายๆ โดยยึดจากหลักกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ดังนี้ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ มาตรา ๓๒ การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร (๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท (๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (๕) ทำซ้ำ...

เรียนรู้วิกิง่ายๆ ด้วยMediaWiki + AppServ

เรียนรู้วิกิง่ายๆ ด้วย MediaWiki + AppServ

สไลด์แนะนำการติดตั้ง MediaWiki ซอฟต์แวร์สร้างเว็บรูปแบบวิกิที่เป็นที่นิยมและโด่งดังมากจากกรณีเว็บไซต์ Wikipedia โดยขอแนะนำการติดตั้งและใช้งานแบบจำลองผ่าน AppServ MediaWiki View more presentations from Boonlert Aroonpiboon