Open Source Software & Freeware กับแนวทางการพัฒนาเพื่อใช้บริหารจัดการความรู้ขององค์กร
กระแสการจัดการความรู้ (KM: Knowledge Management) นับเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากทุกองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงบุคคลทั่วไปอย่างกว้างขวาง อันจะเป็นที่ยอมรับว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้องค์กรยั่งยืนในหลายมิติ ซึ่งเกิดจากการที่องค์กรก้าวสู่สภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เครื่องมือต่างๆ ทางไอซีที (ICT Tools) ได้ถูกนำมาปรับประยุกต์ใช้กับการจัดการความรู้เพื่อให้สามารถจัดเก็บ รวบรวม วิเคราะห์ ประมวลผล รายงานผลได้ทันต่อความต้องการใช้งานความรู้ของบุคลากร และองค์กร
การพัฒนาระบบไอซีทีเพื่อสนับสนุนการจัดการความรู้ สามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยงบประมาณที่ไม่มากนัก โดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในกลุ่มโอเพนซอร์สและ/หรือฟรีแวร์ (OSS: Open Source Software & Freeware) โดยเฉพาะซอตฟ์แวร์ที่มีความสามารถตามแนวทางเทคโนโลยีเว็บ 2.0 (Web 2.0) เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากกลุ่มคน ชุมชนได้อย่างแท้จริง
ซอฟต์แวร์ในกลุ่ม Blog อย่างเช่น WordPress.org นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจในการพัฒนาคลังความรู้ส่วนบุคคล หรือคลังความรู้ขององค์กร โดยการเขียนจะเป็นลักษณะการเล่าเรื่อง หรือนำเสนอเนื้อหาด้วยภาพที่จัดกลุ่มตามวันที่ที่สร้าง/เผยแพร่เนื้อหานั้น จึงเป็นเสมือนไดอารีส่วนตัวได้ทันที และ/หรือปรับใช้เป็นระบบจดหมายเหตุดิจิทัลขององค์กร (ในอนาคต) ก็ได้
รูปภาพเว็บเครือข่ายการแลกเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบ Blog ของ สวทช. http://nstda.or.th/blog พัฒนาด้วย WordPress.org
ซอฟต์แวร์ในกลุ่ม OSS ที่สามารถพัฒนาเว็บไซต์ในลักษณะ Blog มีให้เลือกใช้ได้หลากหลาย ไม่เฉพาะ WordPress.org ดังนั้นการที่คำถามที่มักจะได้รับก็คือ ซอฟต์แวร์ใดน่าสนใจ ผมมักจะต้องถามกลับไปว่าความต้องการของผู้ใช้คืออะไร และทราบไหมว่าซอฟต์แวร์ที่สนใจตอบรับหรือไม่อย่างไร อันนี้ตอบไม่ยากครับ ลองเข้าเว็บไซต์ http://www.cmsmatrix.org แล้วเลือกซอฟต์แวร์ที่สนใจจากนั้นคลิกปุ่ม Compare ก็จะได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่น่าสนใจ
ผลการเปรียบเทียบความสามารถของ WordPress, Joomla, Drupal และ Xoops ผ่านเว็บไซต์ cmsmatrix.org
ข้อมูลเปรียบเทียบจาก cmsmatrix.org มีประเด็นที่สามารถพิจารณาได้หลากหลาย เช่น ความสามารถการจัดการเนื้อหาแบบ Blog จะพบว่าทั้ง WordPress, Joomla, Drupal ต่างติดตั้งมาพร้อมใช้งาน ในขณะที่ Xoops ต้องติดตั้งเพิ่ม สำหรับความสามารถอื่นๆ ลองศึกษาเพิ่มจากเว็บดูนะครับ ไม่ยากหรอกครับ
และเมื่อมีการนำซอฟต์แวร์มาผ่านการวิเคราะห์แนวโน้มด้วย Google Trends (http://trends.google.com) ก็จะได้ข้อมูลสนับสนุนอีกแนวทางหนึ่ง ดังนี้
นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ในกลุ่ม Wiki ที่เน้นการเขียนเนื้อหาร่วมกันอย่างรวดเร็ว (ต้องเน้นว่ารวดเร็วสมกับคำว่า Wiki ที่แปลว่า เร็วๆ) ดังนั้นเนื้อหาที่เขียนด้วย Wiki ไม่ควรสนใจการจัดรูปแบบมากนัก (ทำอย่างไรให้ตัวหนา ทำอย่างให้ให้เป็นสีแดง สีเขียว ควรลืมๆ ไปบ้างครับ) ด้วยลักษณะการเขียน Wiki ที่เน้นการเขียนร่วมกัน และมีการเก็บประวัติการเขียนรายครั้ง ทำให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำหรับการจัดการความรู้ที่ได้รับการเลือกใช้มากเครื่องมือหนึ่ง สวทช. ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยคุณพิสุทธิ์ ไพบูลย์รัตน์ ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งของ สวทช. ได้นำโครงการนี้เข้ามาที่ สวทช. พบว่า Wiki เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากในการจัดการความรู้จากชุมชน โดยเฉพาะจากครู/นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ที่ร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ที่นำเนื้อหามาร่วมกันเขียนผ่านเครื่องมือ Dokuwiki (http://www.dokuwiki.org) อันเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์กลุ่ม Wiki ที่น่าใช้มาก เว็บไซต์โครงการฯ มีเนื้อหาที่ทุกท่านหากได้เข้าชมจะพบความมหัศจรรย์ของการร่วมกันเขียน ถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบต่างๆ ของครู/นักเรียน
สำหรับแนวทางการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในกลุ่ม Wiki ก็สามารถเลือกใช้ wikimatrix.org ได้ครับ อาจจะทำให้ท่านเลือกใช้วิกิได้ตรงใจมากกว่าการได้ยินเฉพาะ Wikipedia แล้วเลือกใช้ MediaWiki มาพัฒนาระบบงาน สำหรับผมเองเทใจให้กับ Dokuwiki ครับ






You must be logged in to post a comment.