กฏหมายลิขสิทธิ์กับห้องสมุด
ประเด็นกฎหมายลิขสิทธิ์นับเป็นประเด็นที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตาม พรบ.ลิขสิทธ์ 2537 ได้กล่าวไว้ในมาตรา 34 ดังนี้
มาตรา ๓๔ การทำซ้ำโดยบรรณารักษ์ของห้องสมุดซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการทำซ้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น
(๒) การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา
โดยมาตรา 32 วรรคหนึ่ง มีเนื้อหาดังนี้ “การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์”
ดังนั้น จากมาตรา 34 การทำซ้ำแค่ไหนที่ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงาานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติ และแค่ไหนไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบธรรมด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร
นอกจากนี้คำว่า “บรรณารักษ์” ครอบคลุมแค่ไหน เพราะห้องสมุดจำนวนมากในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง อีกทั้งยังมีการให้เจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่น่ามาจะเกี่ยวข้องมาดำเนินการในการทำซ้ำ
รวมทั้ง “ห้องสมุด” มีนิยาม หรือครอบคลุมเพียงใดในกฎหมายนี้ เพราะปัจจุบันห้องสมุดหลายที่ได้เปลี่ยนชื่อเรียก อีกทั้งกฎหมายนี้รวมห้องสมุดระดับใดบ้าง เช่น ห้องสมุดของหน่วยงานภาคธุรกิจซึ่งมีกำไร ผลประการสูงมากๆ หรือไม่อย่างไร
ในขณะนี้ห้องสมุด ก็ยังมีการดำเนินการอีกหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการทำซ้ำ เช่น การเปิดให้ชม VDO ผ่านระบบเครือข่าย หรือระบบ on-demand และอื่นๆ อีกหลากหลายรูปแบบบริการ
ถึงเวลาหรือยังที่ห้องสมุดควรลุกมาทำความเข้าใจกฎหมายนี้ให้ชัดเจน ก่อนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
