ข้อมูลส่วนบุคคลกับประเด็นที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ 2 กรณี ดังนี้

Generated with Bing AI

มาตรา 24 (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ

  • ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 26 (5)(ง) (ง) เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือสถิติ ทั้งนี้

  • ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  • และได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

จากกรณีดังกล่าว คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ออกประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติตามมาตรา ๒๔ (๑) และการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่นตามมาตรา ๒๖ (๕) (ง) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๖

โดยมีรายละเอียดดังนี้

การศึกษาวิจัย หมายความว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้า การวิเคราะห์ การทดลอง การทดสอบ หรือการประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ใหม่หรือหลักการทางวิชาการในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ความรู้หรือหลักการทางวิชาการนั้น ทั้งที่เป็นการดำเนินการในระดับพื้นฐาน (fundamental or basic) และระดับประยุกต์ (applied) และรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากความรู้หรือหลักการทางวิชาการดังกล่าวด้วย

สถิติ หมายความว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การสำรวจ การประมวลผล การวิเคราะห์ และการสรุปผลจากข้อมูล ตลอดจนการแสดงผลหรือเผยแพร่ผลจากการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อการเปรียบเทียบหรืออ้างอิงในภาพรวม โดยไม่ได้มุ่งหมายที่จะนำข้อมูลหรือผลจากการดำเนินการดังกล่าวมามีผลต่อการตัดสินใจหรือดำเนินการใดเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง และให้หมายความรวมถึงการดำเนินงานทางสถิติและการสำรวจตามกฎหมายว่าด้วยสถิติด้วย

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

  1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) ที่จำเป็นด้วย เพื่อควบคุมให้การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เป็นไปเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ โดยคำนึงถึงหลักการทางวิชาการที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
  2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่มีต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดตามมาตรา ๓๗ (๑) และครอบคลุมถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ของผู้ดำเนินการในการศึกษาวิจัยหรือสถิติที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  3. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสม เพื่อควบคุมและกำกับดูแลให้การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติดังกล่าว เป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงและกฎหมายและมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับการศึกษาวิจัยหรือสถิติในประเภทหรือลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน

ในการดำเนินการตาม (1) และ (2) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจพิจารณาดำเนินการทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือทำการแฝงข้อมูล (pseudonymization) เพื่อลดความเสี่ยงในการระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำการเข้ารหัสข้อมูล (encryption) หรือใช้มาตรการอื่นในลักษณะเดียวกัน อย่างเหมาะสมตามระดับความเสี่ยงได้ โดยคำนึงถึงปัจจัยทางเทคโนโลยี บริบท สภาพแวดล้อม มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับสำหรับหน่วยงานหรือกิจการในประเภทหรือลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพยากรที่ต้องใช้ และความเป็นไปได้ ในการดำเนินการประกอบกัน หากสามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติได้

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ที่เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือสถิติ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

  1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องพิจารณาเหตุผลความจำเป็นแล้วเห็นว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่นดังกล่าว เป็นกรณีที่มีความจำเป็น โดยอาจเป็นความจำเป็นตามที่กฎหมายบัญญัติ ความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ ภารกิจ หรือบทบาทหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการได้มาซึ่งความรู้ใหม่หรือหลักการทางวิชาการในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ความรู้หรือหลักการทางวิชาการนั้น ความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากความรู้หรือหลักการทางวิชาการดังกล่าว หรือความจำเป็นในการดำเนินงานทางสถิติเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
  2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) ที่จำเป็นด้วย เพื่อควบคุมให้การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เป็นไป เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น โดยคำนึงถึงหลักการทางวิชาการที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
  3. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่มีต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดตามมาตรา ๓๗ (๑) และครอบคลุมถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ของผู้ดำเนินการในการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  4. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสม เพื่อควบคุมและกำกับดูแลให้การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องและเป็นที่ยอมรับ โดยไม่ขัดต่อ กฎหมาย โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยง และกฎหมายและมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ ในประเภทหรือลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยมีคณะกรรมการจริยธรรมการศึกษาวิจัยในคนหรือคณะบุคคลในลักษณะเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นคณะกรรมการหรือคณะบุคคลภายในสังกัดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือภายนอกก็ได้ แต่ต้องไม่มีผู้ดำเนินการในการศึกษาวิจัยที่จะมีส่วนได้เสียในการศึกษาวิจัยเรื่องนั้นอยู่ด้วย เป็นผู้พิจารณาอนุมัติหรือรับรองก่อนเริ่มการศึกษาวิจัยนั้น และควบคุมและกำกับดูแลการศึกษาวิจัยนั้นให้เป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องและเป็นที่ยอมรับดังกล่าว ให้หมายความรวมถึงเนื้อหาตามเอกสาร ดังต่อไปนี้
    (ก) The Belmont Report: Ethical Principles and Guidelines for the Protection of Human Subjects of Research, Report of the National Commission for the Protection of Human Subjects of Biomedical and Behavioral Research โดย Department of Healtth, Education, and Welfare ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ค.ศ. ๑๙๗๙ (พ.ศ. ๒๕๒๒)
    (ข) Good Clinical Practice (GCP) โดย The International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use (ICH) ฉบับที่มีการประกาศใช้ล่าสุดในขณะที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
    (ค) International Ethical Guidelines for Health-related Research Involving Humans โดย Council for International Organizations of Medical Sciences (CIOMS) ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ฉบับที่มีการประกาศใช้ล่าสุด ในขณะที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการตาม (2) และ (3) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลควรพิจารณาดำเนินการ ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือทำการแฝงข้อมูล (pseudonymization) เพื่อลดความเสี่ยงในการระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำการเข้ารหัสข้อมูล (encryption) หรือใช้มาตรการอื่นในลักษณะเดียวกัน อย่างเหมาะสม ตามระดับความเสี่ยง โดยคำนึงถึงปัจจัยทางเทคโนโลยี บริบท สภาพแวดล้อม มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับสำหรับหน่วยงานหรือกิจการในประเภทหรือลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ลักษณะ และวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพยากรที่ต้องใช้ และความเป็นไปได้ในการดำเนินการประกอบกัน หากสามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่นได้

ทั้งนี้ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกหลายประเด็นที่ควรศึกษาในประกาศ และติดตามประกาศที่อาจจะมีเพิ่มเติมจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป

Unknown's avatar

ฺBoonlert Aroonpiboon

เก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ

You may also like...

Discover more from Boonlert Aroonpiboon

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading