คำแนะนำการออกแบบพัฒนาระบบ
กระแส Metadata กระแส Online กระแส Open เป็นกระแสที่มาแรงมาก ส่งผลให้การพัฒนาระบบงานใดๆ ถูกเชื่อมโยงไปหาคำทั้งสามคำข้างต้น จะพัฒนาระบบจดหมายเหตุออนไลน์ ก็จะหนีไม่พ้นชื่อ ISAD(g) หรือโปรแกรม ICAtoM จะพัฒนาระบบคลังเอกสาร ก็หนีไม่พ้น Dublin Core หรือ DC หรือโปรแกรมเช่น DSpace
การกล่าวอ้างด้วยชื่อ Metadata และโปรแกรมข้างต้น แสดงให้เห็นว่าเกิดประเด็นบางอย่างในการออกแบบพัฒนาระบบ รวมทั้งหลักการจัดการ Metadata
เมื่อกระแส Open กระแส Online เข้ามาก็ส่งผลให้เกิดการเร่งรีบพัฒนาระบบงานต่างๆ บนพื้นฐานที่ไม่ชัดเจนแนวคิด Open ว่าเหมือนหรือต่างกับ Online อย่างไร ส่งผลให้ “ความคิดในการออกแบบพัฒนาระบบงานใดๆ” บนฐานกระแส Metadata กระแส Online กระแส Open เกิดความเพี้ยนอย่างรุนแรง
ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทั้งสามกระแสมาจากประเทศฝั่งอเมริกาและยุโรป ซึ่งมีกระบวนการทำงานกับสื่อต่างๆ และระบบต่างๆ มานาน ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุในประเทศดังกล่าว ได้ลงแรงบริหารจัดการสื่อของตนเองมายาวนาน ในช่วงต้นทุกสื่อถูกบริหารจัดการภายใต้แนวทาง “ปิด” ด้วยเงื่อนไขต่างๆ และใช้เวลาตรวจสอบ กำหนดกฎเกณฑ์การเผยแพร่ การเปิดเผยด้วยกลไกกลั่นกรองอย่างถี่ถ้วนในทุกประเด็นทั้งลิขสิทธิ์ ความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชั้นความลับ และประเด็นละเอียดอ่อนต่างๆ การออกแบบพัฒนาระบบเพื่อจัดการสื่อมั่นใจได้ถึง “ระบบปิด” ที่ปลอดภัยมั่นคง และมีกลไกการเผยแพร่ที่ชัดเจน
เมื่อเวลาผ่านไปกระบวนการทำงานในการกลั่นกรองมีความน่าเชื่อถือ ก็มาถึงจุดที่ต้องการเผยแพร่สื่อที่ผ่านกระบวนการแล้ว จึงเกิดเป็นกระแส Online ตามด้วยกระแส Open ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น ในยุค Online เป็นการนำสื่อมาเผยแพร่โดยใส่ใจในเรื่อง Watermark และหรือกลไกทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการใช้สื่อที่ไม่เป็นธรรม และในยุค Open ได้กลับแนวคิดว่าสื่อดังกล่าวควรเป็นสื่อที่ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึง มีสิทธิ์ใช้ จึงมีการนำแนวคิด Open Licensing มากำกับเงื่อนไขการใช้สื่อ เช่น ห้ามนำไปหารายได้ หรือห้ามดัดแปลงแก้ไข ดังเช่นแผนภาพการดำเนินการเรื่อง MOOC และ OER
ในช่วง Online ยังเกิดแนวคิดเรื่องการเชื่อมระบบของหน่วยงานต่างๆ โดยมีการตกลงกันเรื่องมาตรฐานและแนวปฏิบัติเพื่อให้การเชื่อมระบบเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทั้งต่อผู้พัฒนาระบบ และผู้ใช้งาน กระแส Metadata จึงก้าวเข้ามา มีการวางแผนออกแบบ Metadata หลากหลายระบบ หลากหลายรูปแบบ หลากหลายกลุ่มงาน
จากประเด็นข้างต้น จึงสรุปได้ว่า
1) หน่วยงานควรเริ่มต้นพัฒนาระบบจากการประเมินด้วยเงื่อนไขลิขสิทธิ์ ความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชั้นความลับ และประเด็นละเอียดอ่อนต่างๆ อันส่งผลให้หน่วยงานควรมี “ระบบปิด” ที่ดีที่สุดก่อน
2) เมื่อหน่วยงานจัดเก็บสื่อทุกสื่อของหน่วยงาน หรือตามภารกิจหน่วยงาน จึงดำเนินการประเมินการเผยแพร่สื่อในขั้นต่อไป โดยสื่อที่ประเด็นแล้วว่าปลอดปัญหาลิขสิทธิ์ ความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชั้นความลับ และประเด็นละเอียดอ่อนต่างๆ จะถูกส่งออกผ่านกลไกเทคนิคต่างๆ มายัง “คลังสื่อแบบเปิด” ในช่วงนี้การออกแบบพัฒนาคลังสื่อแบบเปิด จึงนำหลักการ Metadata ที่พูดถึงมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการเชื่อมระบบในอนาคต
3) อย่างไรก็ดีในขั้นตอนที่ 1 ก็ควรใส่ใจ Metadata ซึ่งเป็น Metadata ที่แตกต่างจากขั้นตอนที่ 2 เพราะ Metadata ในขั้นตอนที่ 2 และถูกกล่าวถึงอย่างมาก เป็น Metadata ในกลุ่ม Structure Metadata เช่น MARC, ISAD(g), CDWA
Metadata ที่ควรใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 จะเป็น Metadata ในกลุ่ม Content Standard และ Controlled Vocab เพื่อให้กระบวนการนำเข้าและลงรายการสื่อมีมาตรฐานที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น และส่งผลต่อการเชื่อมระบบในอนาคต
เช่นเดียวกับการเรียนการสอนในสาขาที่ไม่ใช่ Computer Science ก็ไม่ควรมุ่งเน้นไปที่ Structure Metadata แต่ควรใส่ใจกับ Metadata กลุ่ม Content Standard และ Controlled Vocab มากกว่า
เพราะต่อให้พัฒนาคลังสื่อตามหลักการ Computer Science ที่ออกแบบตามความต้องการของหน่วยงาน และความเป็นจริงของสื่อ ก็ยังสามารถเชื่อมระบบในอนาคตได้ผ่านกระบวนการ Metadata Crosswalk ซึ่งเป็นศาสตร์ที่พบว่ามีการพูดถึงน้อยมาก (น้อยกว่า Structure Metadata)
หากมีประเด็นใดยังมีข้อสงสัยในเนื้อหานี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ ….




You must be logged in to post a comment.