Tagged: รูปแบบการอ้างอิง

การทำงานกับรายการอ้างอิง/บรรณานุกรมด้วย Microsoft Word for Microsoft 365

การทำงานกับรายการอ้างอิง/บรรณานุกรมด้วย Microsoft Word for Microsoft 365

Word ได้เพิ่มความสามารถการทำงานเอกสารวิชาการ เช่น วิทยานิพนธ์ รายงานให้สะดวกมากขึ้น โดยการเพิ่มฟังก์ชันใส่รายการอ้างอิงพร้อมจัดทำรายการบรรณานุกรมท้ายเล่มรูปแบบมาตรฐาน อย่าง APA, MLA, Chicago และอื่นๆ การทำงานเริ่มต้นด้วยการเตรียมเนื้อหาวิชาการ ดังตัวอย่าง

Cite This เครื่องมือช่วยจัดการบรรณานุกรม

Cite This เครื่องมือช่วยจัดการบรรณานุกรม

เครื่องมือช่วยจัดการบรรณานุกรม (Reference & Bibliography Management Software) ที่ทำงานกับ Androids Devices ตัวหนึ่งที่ได้แนะนำไปก่อนหน้าคือ EasyBib ซึ่งเครื่องมือในกลุ่มนี้มีให้เลือกอีกหลายตัว เช่น Cite This ที่จะแนะนำในครั้งนี้ Cite This มีจุดเด่นที่สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลบรรณานุกรมถึง 4 วิธี ดังนี้ ดังภาพข้างต้นได้เลือกวิธีการนำเข้าแบบ Scan Barcode ซึ่งเมื่อนำกล้องถ่ายภาพไปถ่าย Barcode ของหนังสือ โปรแกรมจะตรวจสอบข้อมูลและดึงมาแสดงผลอัตโนมัติ พร้อมปกหนังสือ (หากมี)

การรวบรวมบรรณานุกรม

การรวบรวมบรรณานุกรม

การรวบรวมบรรณานุกรมมีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการเขียนรายงาน การจัดทำผลงานวิชาการ โดยจะเป็นกระบวนการที่สืบเนื่องจากศึกษาค้นคว้าแล้วมีการจดโน้ตบันทึกรายละเอียดสำคัญที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า รวมทั้งการบันทึกรายการบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศที่จดเป็นโน้ต ซึ่งจะถูกไปใช้ในการประกอบการเขียนรายงาน ผลงานวิชาการต่อไป ตัวอย่างการจดโน้ต : Benjamin, J. R. (2009). A Student’s Guide to History. Bedford/St. Martin’s.

OpenURL กับการอ้างอิง

OpenURL กับการอ้างอิง

การอ้างอิง เป็นสิ่งสำคัญของการทำเอกสารวิชาการ อันจะแสดงว่าเอกสารวิชาการนั้นมีคุณค่ามากน้อยเพียงใด อีกทั้งแสดงให้เห็นว่านักวิวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาได้ให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลที่มา และให้เครดิตเจ้าของผลงานวิชาการที่ตนนำมาอ้างอิงหรือไม่ แม้นว่าในปัจจุีับันจะมีเครื่องมือช่วยจัดการการอ้างอิง (Reference Manager) เช่น EndNote หรือ Zotero แต่การทำอ้างอิงก็ยังเป็นไปในลักษณะใช้มือทำ คือ กรณีอ้างอิงหนังสือ ผู้อ้างอิงก็จะต้องพิมพ์ข้อมูลบรรณานุกรมของหนังสือเล่มนั้นลงไปโปรแกรม Word ณ ตำแหน่งที่ต้องการอ้างอิง และจะต้องรวบรวมรายการอ้างอิงทั้งเล่มมาทำรายการบรรณานุกรมซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียเวลามาก อีกทั้งรูปแบบการอ้างอิง และรูปแบบรายการบรรณานุกรมก็อาจจะแตกต่างไปตามสถาบัน หรือหน่วยงานที่รับผลงานวิชาการนั้น ทำให้นักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาทำรายการอ้างอิงไม่ครบถ้วน หรือไม่ตรงตามรูปแบบที่สถาบันนั้นๆ กำหนด การทำรายการอ้างอิงแบบมือนี้่ยังรวมถึงการทำอ้างอิงบทความจากสื่อดิจิทัล หรือแม้นแต่จากเว็บไซต์ ซึ่งทำให้การอ้างอิงเป็นเรื่องยุ่งยาก...

เหตุใดต้องมี “อ้างอิง”

เหตุใดต้องมี “อ้างอิง”

เหตุใดในการเขียนผลงาน การทำรายงาน การทำโครงการ หรือการเผยแพร่ข้อมูลจึงต้องมีการอ้างอิงที่มา อธิบายได้ง่ายๆ โดยยึดจากหลักกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ดังนี้ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ มาตรา ๓๒ การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร (๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท (๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (๕) ทำซ้ำ...

รูปแบบการอ้างอิงจาก Social Media & Social Network

รูปแบบการอ้างอิงจาก Social Media & Social Network

จากกระแสการใช้งาน Social Media และ Social Network ส่งผลให้มีการเผยแพร่สาระความรู้ ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook และหลายๆ ครั้งก็มีการนำสาระความรู้ ข้อมูลข่าวสารจากช่องทางดังกล่าวมาใช้ประกอบการเขียนบทความ ผลงานต่างๆ ซึ่งโดยมารยาทแล้วควรอ้างอิงแหล่งที่มา ดังนั้นรูปแบบการอ้างอิงจาก Social Media & Social Network จึงเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากขึ้น ทั้งนี้ขอรวบรวมลิงก์ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ดังนี้ How to Cite Facebook: Fan Pages, Group Pages, and Profile...