จะอธิบายความแตกต่างของ Electronics Media และ Digital Media ได้อย่างไร
บ่อยครั้งที่ได้รับคำถามทั้งจากนิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์รวมถึงบรรณารักษ์ รวมถึงความคิดเห็นที่เหมือนและแตกต่างกันไปเกี่ยวกับคำว่า Electronics Media และ Digital Media รวมถึงคำอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Social Media, Social Networking, eLearning, Distance Learning ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ถ้าจะให้อธิบายให้ชัดเจนก็คงเป็นเรื่องยากเพราะปัจจุบันมีการใช้คำที่คละกันไปค่อนข้างมาก และหลายๆ อย่างมีการผสมผสานกันในภาคปฏิบัติ อย่างไรก็ดีเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมขอแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นดังนี้
- การอธิบายความแตกต่าง ไม่ควรนำความหมายในช่วงเวลาปัจจุบันมาใช้อธิบาย เพราะแต่ละคำมีช่วงเวลาของการเกิดขึ้นที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากนำเอกสารอ้างอิงจากช่วงที่เกิดจริงของเทคโนโลยีนั้นๆ มาอธิบาย จะได้รับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนกว่า
- การอธิบายควรนำความหมายจากบริบทที่เกี่ยวข้องมาประกอบการอธิบาย อย่างเช่น อิเล็กทรอนิกส์ ก็จะเกี่ยวข้องกับสาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรม ดังนั้นหากยึดเฉพาะจากบริบทในสาขาที่ตนเองศึกษาหรือที่ตนเองเข้าใจ ย่อมทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ เพราะคงเป็นที่ยอมรับว่าเทคโนโลยี หรือคำต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีการผสมผสานข้ามสาขาวิชา
ลองมาพิจารณาจากช่วงเวลาโดยขอยกจากการให้บริการในห้องสมุด ทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดประกอบ
ห้องสมุดเริ่มต้นจากการจัดเก็บ รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศพื้นฐาน (Tranditional Resources) เช่น สิ่งพิมพ์ตัวเล่มที่จับต้องได้ แผ่นภาพ ลูกโลก พร้อมจัดทำรายการบรรณานุกรมในรูปแบบบัตรรายการ การยืมคืนยังใช้การลงชื่อ วันที่ยืม/คืนผ่านบัตรห้องสมุดที่เป็นกระดาษ การนำเสนอความรู้ในห้องสมุดใช้กระดาษแผ่นใหญ่จัดทำโปสเตอร์
ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ กล้องถ่ายภาพแบบฟิล์ม เครื่องฉายภาพ 3.5 mm เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ การบริการทรัพยากรสารสนเทศ ก็มีการปรับเปลี่ยน โดยห้องสมุดหลายแห่งนำอุปกรณ์ข้างต้นมาเป็นสื่อในการให้บริการ (อุปกรณ์ทั้งหมดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น) นับเป็นยุคของห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาให้บริการจึงนับเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย)
ต่อมามีการพัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ นับเป็นยุคอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มรูปแบบ แถมด้วยมีเครื่องฉายภาพทึบแสง วิทยุก็เปลี่ยนเป็นเครื่องเล่นเทป ห้องสมุดเลือกใช้คอมพิวเตอร์พร้อมซอฟต์แวร์จัดเก็บรายการบรรณานุกรม ให้บริการสืบค้นผ่านหน้าจอแบบ Text มีการใช้โปรแกรมนำเสนอแทนการฉายด้วยเครื่องฉายภาพ 3.5 mm นอกจากนี้หนังสือที่ให้บริการตัวเล่มก็มีการสแกนเป็นแฟ้มภาพเพื่อให้บริการ และจัดเก็บถาวรผ่านในรูปของเทป หรือไมโครฟิล์ม (ยุคห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์)
ต่อมาเทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาต่อเนื่อง ข้อมูลที่ไหลในระบบเกิดจากสัญญาณดิจิทัล (ในรูปของ 0 แล 1) แทนที่สัญญาณอนาล็อกแบบเดิม การเก็บข้อมูลถูกเปลี่ยนสภาพ กล้องถ่ายภาพแบบฟิล์มแทนที่ด้วยกล้องถ่ายภาพดิจิทัล เครื่องฉายภาพทึบแสง/เครื่องฉายภาพ 3.5mm ถูกแทนที่ Projector ที่ต่อตรงกับคอมพิวเตอร์ เอกสารสิ่งพิมพ์จำนวนมากได้เปลี่ยนสภาพการสร้างสรรค์จากเครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเรียงพิมพ์มาเป็นการพิมพ์ด้วยซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ ซอฟต์แวร์จัดการงานพิมพ์ เกิดเป็น Born-digital content ที่จัดเก็บและนำเสนอได้สะดวกขึ้น เอกสารดิจิทัลเหล่านี้สามารถนำเข้าสู่ระบบห้องสมุดดิจิทัลพร้อมให้บริการได้สะดวก ผ่านการสืบค้นแบบ Full Text สามารถจัดเก็บตัวแแฟ้มเอกสารดิจิทัลร่วมกับข้อมูลบรรณานุกรมในระบบได้ทันที สืบค้นแล้วได้แฟ้มเอกสารดิจิทัล (ยุคห้องสมุดดิจิทัล)
ดังนั้นหากนำช่วงเวลาที่แท้จริงของการเกิดเทคโนโลยีต่างๆ มาจับย่อมเห็นความแตกต่างของเทคโนโลยีได้ชัดขึ้น
นอกจากนี้ในบริบทของสาขาวิชา คำว่า “อิเล็กทรอนิกส์” ยังครอบคลุมถึงการเกิดกำเนิดของสัญญาณ ซึ่งมาได้ทั้งในรูปของสัญญาณอนาล็อก และสัญญาณดิจิทัลก็ได้ เช่น วิทยุ เครื่องฉายภาพ 3.5mm หรือเครื่องฉายภาพทึบแสง จัดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สัญญาณอนาล็อก ในขณะที่ “ดิจิทัล” ใช้สัญญาณดิจิทัลเท่านั้น
ดังนั้นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นสื่อที่เกิดได้ทั้งจากสัญญาณอนาล็อก และสัญญาณดิจิทัล ในขณะที่สื่อดิจิทัลต้องเป็นสัญญาณดิจิทัลเท่านั้น
หวังว่าข้อคิดเห็นนี้จะช่วยจุดประกายให้หลายๆ ท่านในการศึกษาต่อไปครับ
