ซอฟต์แวร์กลุ่ม plagiarism : ประเด็นต้นแหล่งเอกสารเพื่อตรวจสอบ

Plagiarism เป็นรูปแบบหนึ่งของความไม่สุจริตทางวิชาการ เช่น การขโมยความคิด หรือคำพูด หรือข้อความ ของบุคคลอื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มาหรือประกาศเกียรติคุณ นับเป็นการลอกงานเขียน ความคิดหรืองานสร้างสรรค์ดั้งเดิมทั้งหมดหรือบางส่วนที่เหมือนหรือเกือบเหมือนงานดั้งเดิมของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นงานดั้งเดิมของตนเอง ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติคำว่า Plagiarism ไว้ 2 คำคือ “โจรกรรมทางวรรณกรรม” (สาขาวรรณกรรม) กับ “การลอกเลียนวรรณกรรม” (สาขานิติศาสตร์) หมายถึงการกระทำที่เป็นการแอบอ้างงานเขียน หรืองานสร้างสรรค์ดั้งเดิมของผู้อื่นทั้งหมด หรือนำมาบางส่วนมาใส่หรือมาใช้ในงานของตนเองโดยไม่มีการอ้างอิง แหล่งที่ได้ข้อมูลมา

สืบเนื่องจากมีสถาบันการศึกษาหลายที่สนใจซื้อซอฟต์แวร์กลุ่ม plagiarism จึงต้องขอเสนอความเห็นจากที่ได้ร่วมกลุ่มในระหว่างการจัดซื้อ ดังนี้

  • หลายสถาบัน … ยังไม่ทราบหรือไม่ได้ประเมินว่าเอกสารที่จะใช้เป็นต้นแหล่งสำหรับการตรวจสอบ ได้มาอย่างไรอันอาจจะมีผลกระทบกับประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา ฟอร์แมตใดคือฟอร์แมตที่เหมาะสม
  • หลายสถาบัน … มีเอกสารต้นแหล่งในฟอร์แมต PDF ที่ได้จากกระบวนการสแกน ซึ่งระบบ OCR ภาษาไทย ยังไม่สมบูรณ์ รวมทั้งเอกสาร PDF ที่ได้จากการสแกนเป็น PDF คุณภาพต่ำ ซึ่งไม่สามารถ OCR ได้ ส่งผลให้แม้ซอฟต์แวร์กลุ่ม plagiarism นั้นบ่งบอกว่ามีฟังก์ชัน OCR ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถ OCR เอกสารภาษาไทยได้ (… โดยหลักการตอนนี้แทบจะไม่มีหวัง…)
  • เอกสารต้นแหล่งในฟอร์แมต PDF ที่หลายสถาบันมี ณ ตอนนี้ แม้จะได้จากการ Export แต่ก็เป็นการ Export ที่ผิดวิธี ส่งผลให้การแปลงกลับเป็นข้อความ อาจจะไม่สมบูรณ์ ดังเช่น เป็นอักษรขยะ หรือปัญหาสระ วรรณยุกต์ ส่งผลต่อการตรวจสอบ ทดสอบได้ง่ายๆ โดยการเปิดเอกสาร PDF ที่ได้จากกระบวนการ Export แล้วคัดลอกข้อความที่ตามองเห็นว่าเป็นภาษาไทย ไปวาง (Paste) ที่ NotePad หรือ MS Word หากข้อความที่วางเป็นอักขระที่อ่านไม่ออก หรืออ่านออกเป็นภาษาไทยแต่สระ วรรณยุกต์มาไม่ครบ ก็แสดงว่าเอกสารดังกล่าวมีปัญหาในการทำงานแน่นอน จะมากหรือน้อยเท่านั้น ภาษาอังกฤษก็ยังพบได้นะครับตามลิงก์

default_pdf-text-error

  • ในส่วนประเด็นเอกสารต้นแหล่ง … สถาบันควรเริ่มจากการประเมินตนเองก่อนว่า เอกสารต้นแหล่งที่จะนำเข้าระบบ มีมากน้อยเพียงใด อยู่ในฟอร์แมตใด กระทบประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ และกระบวนการได้มาซึ่งเอกสารที่ถูกต้องควรทำอย่างไร เริ่มต้น ณ จุดใด
  • นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่พบได้ชัดก็ประเด็นคือ การให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ plagiarism แก่นิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์ที่เกี่ยวข้อง เพราะหากนำซอฟต์แวร์มาใช้โดยขาดกระบวนการ ขาดความรู้ ย่อมส่งผลให้นิสิตนักศึกษาใช้ซอฟต์แวร์อย่างไม่เหมาะสม แทนที่จะเป็นเครื่องมือพัฒนากระบวนการคิด สร้างสรรค์ผลงานอย่างมีคุณภาพ กลับเป็นเครื่องมือตรวจสอบตัดแปลงเอกสารเพื่อไม่ให้ระบบตรวจพบได้ (ประมาณว่าทำทุกวิธีที่จะปรับคำ เพื่อให้ระบบตรวจไม่พบนั่นเอง)
  • แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับ Plagiarism ที่น่าสนใจ มีดังนี้

และยังมีอีกหลายประเด็น … ดังนั้นมหาวิทยาลัย/สถาบันใดจะซื้อหาโปรแกรม ควรพิจารณาประเด็นเหล่านี้ด้วย .. ไม่อยากให้จ่ายเงินไปแล้วได้ผลไม่คุ้มค่า ..

Unknown's avatar

ฺBoonlert Aroonpiboon

เก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ

You may also like...