ความรู้ การจัดการความรู้ … กรณีศึกษาและแนวทาง

การจัดการความรู้องค์กร จำเป็นต้องเริ่มจากระบุประเภทความรู้ที่ต้องการการจัดการ ซึ่งอาจจะแบ่งได้หลายลักษณะ เช่น ความรู้พื้นฐานที่บุคลากรในองค์กรต้องมี ความรู้ที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติงาน ความรู้ในระดับความเชี่ยวชาญ/ชำนาญการอันเกิดจากการสั่งสมความรู้ หรือความรู้ในรูปแบบที่ชัดแจ้ง กับความรู้ที่ฝังในตัวบุคคล รวมทั้งความรู้จากผู้รู้ ความรู้จากผู้ปฏิบัติงาน ความรู้ที่จำเป็นต้องใช้ภายในองค์กร ความรู้ที่องค์กรต้องการเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ การระบุประเภทความรู้ดังกล่าว จะช่วยให้กำหนดแผนปฏิบัติการการจัดการความรู้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้การระบุอาจจะเป็นระยะการดำเนินการ หรือดำเนินการแบบคู่ขนานกันก็ได้

km-diagram

หากมองในภาพ “ความรู้ขององค์กร” กับกระบวนการจัดการความรู้ ย่อมสามารถดำเนินการได้หลากหลายวิธี เช่น การที่องค์กรรวบรวม “ความรู้” ที่มีอยู่แล้วในรูปแบบของเอกสารสิ่งพิมพ์ เอกสารเผยแพร่ ทั้งในรูปแบบกระดาษ สื่อที่จับต้องได้ และสื่อดิจิทัลไว้ใน “คลังความรู้องค์กร” อันจะช่วยให้เกิดการจัดระบบระเบียบองค์ความรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังเช่น สวทช. ได้กำหนดให้ “การจัดการความรู้ในระยะที่ 1” เดินในแนวทางนี้ จนเกิดเป็นระบบ myPerformance

การที่ “ความรู้” อันเกิดจากบุคลากรถูกจัดเก็บเป็นระบบระเบียบ ย่อมส่งผลหลายๆ ด้าน เช่น องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้ดังกล่าวมาใช้ประกอบการประเมิน การพิจารณาความดีความชอบ อันจะส่งผลให้บุคลากรที่ยังไม่พร้อม “แปลงความรู้ที่ซ่อนเร้น” ให้อยู่ในรูป “ความรู้เชิงประจักษ์” จะต้องทบทวนการปฏับัติ และพร้อมแปลงความรู้ที่ซ่อนเร้นออกมาโดยตนเอง อันเป็นกระบวนการแปลงสภาพความรู้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติและต่อเนื่อง

นอกจากนี้องค์กรยังสามารถประมวลผล “ความรู้ที่ชัดแจ้ง” ดังกล่าวได้อีกหลากหลายกลวิธี ขึ้นอยู่กับนโยบายและแผนดำเนินการในแต่ละปี

แนวทางการดำเนินการนี้ จัดเป็นกระบวนการบริหารจัดการองค์ความรู้สำคัญขององค์กรที่มีอยู่ในบุคคล และกระจัดการจายตามหน่วยงานฝ่ายต่างๆ ให้เกิดเป็นระบบมากขึ้น

นอกจากนี้องค์กรจะต้องกำหนดแผนดำเนินการดึงความรู้ที่ซ่อนเร้นในบุคคลต่างๆ ขององค์กร ผ่านกลไกอีกหลากหลายกลไก เพื่อให้เกิดการแปลงสภาพความรู้ที่ซ่อนเร้นให้เป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง กลไกดังกล่าวอาจจะเป็นแบบพื้นฐาน เช่น การจัดประชุมพบปะ การแลกเปลี่ยนความเห็น โดยมีบุคคลที่เป็นผู้นำการแลกเปลี่ยนมาเสนอประเด็นต่างๆ และมีบุคคลที่นำหน้าที่สรุปประเด็น เก็บประเด็นสำคัญแล้วเขียนเก็บเป็นเอกสารเชิงประจักษ์ รวมทั้งอาจจะเลือกใช้กลไกไอซีที เช่น Facebook Wiki ก็ได้ โดยจะต้องมีบุคคลสองกลุ่มข้างต้นมาดำเนินการนำประเด็นและเก็บประเด็นพร้อมสรุปเป็นเอกสารเชิงประจักษ์ การดำเนินการนี้จะเป็นกระบวนการที่รองรับการจัดการความรู้ที่ซ่อนเร้นในบุคคล รวมทั้งความรู้ของผู้ปฏิบัติงาน ความรู้ที่เกิดจาการปฏิบัติงาน และความรู้ระดับชำนาญการได้พร้อมๆ กัน

สำหรับความรู้จากผู้รู้ สามารถใช้กลไกการจัดสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้เช่นกัน โดยมีบุคคลสองกลุ่มข้างต้นมาดำเนินการนำประเด็นและเก็บประเด็นพร้อมสรุปเป็นเอกสารเชิงประจักษ์

เอกสารเชิงประจักษ์ที่ได้จากกระบวนการถอดความรู้ดังกล่าว จะต้องจัดเก็บและลงทะเบียนในคลังความรู้องค์กรต่อไปด้วยเช่นกัน

Unknown's avatar

ฺBoonlert Aroonpiboon

เก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ

You may also like...

Discover more from Boonlert Aroonpiboon

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading