หาอายุงานของพนักงาน ณ วันปัจจุบัน

มีข้อมูลดังตัวอย่าง

excel009

ต้องการหาอายุงานของพนักงาน สูตรคำนวณของ Excel ที่สามารถใช้ได้ มีดังนี้

วิธีที่ 1 หาอายุปี 

การหาอายุปี ทำได้ง่ายๆ โดยการนำค่าปีปัจจุบันมาลบด้วยปีที่เข้าทำงาน โดยฟังก์ชันปีปัจจุบันคือ =YEAR(TODAY()) และฟังก์ชันปีของข้อมูลที่สนใจคือ =YEAR(ระบุตำแหน่งเซล) กรณีนี้เซลแรกที่จะคำนวณคือ =YEAR(H2) นั่นเอง

excel010

คำอธิบาย

  • =today() เป็นฟังก์ชันหาค่าวันที่ปัจจุบัน (วันที่ของเครื่อง)
  • =year(today()) เป็นฟังก์ชันผสม โดยฟังก์ชัน Year() จะหาค่า “ปี ค.ศ.” ของฟังก์ชัน Today() เช่น ถ้าวันที่ของเครื่องเป็น 21 มกราคม 2545 ฟังก์ชัน Today() จะมีค่าเป็น 1/1/70 เมื่อนำมาผ่านฟังก์ชัน Year(today()) จะได้ค่าเป็น 2002 นั่นเอง
  • =year(h2) เป็นการหาค่าปี ค.ศ. ของข้อมูลในเซลล์ h2 จากตัวอย่างข้อมูลใน I2 คือ 3/2/1986 เมื่อผ่านฟังก์ชัน Year() จะได้ค่าปี ค.ศ. เป็น 1986
  • หากผลการคำนวณ แสดงในรูปแบบวันที่ ให้เลือกเซลอายุงานทั้งหมด แล้วจัดรูปแบบการแสดงผลตัวเลขให้แสดงเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม

วิธีที่ 2 หาอายุปี และเดือน ด้วยฟังก์ชัน =NOW()

ป้อนสูตร =NOW()-เซลของวันที่เข้าทำงาน

excel011

จากนั้นปรับรูปแบบการแสดงผลเป็น yy “ปี” m “เดือน” ดังนี้

excel012

หมายเหตุ … วิธีนี้อาจจะให้ผลที่ไม่ถูกต้อง 100% ควรตรวจสอบก่อนนำไปใช้งาน

วิธีที่ 3 หาอายุงานหน่วยเป็น ปี เดือน และวัน ด้วยฟังก์ชัน DATEDIF

ฟังก์ชัน DATEDIF นับว่าเป็นฟังก์ชันที่ถูกนำมาใช้ในกรณีนี้มากที่สุด โดยมีรูปแบบของคำนวณ ดังนี้

excel013

รูปแบบฟังก์ชัน คือ =DATEDIF(เซลข้อมูลที่ต้องการคำนวณ,TODAY(),”รูปแบบการแสดงผล”) โดย

ฟังก์ชันการคำนวณอายุปี คือ =DATEDIF(H2,TODAY(),”Y”)
ฟังก์ชันการคำนวณอายุเดือน คือ =DATEDIF(H2,TODAY(),”YM”)
ฟังก์ชันการคำนวณอายุวัน คือ =DATEDIF(H2,TODAY(),”MD”)

datedif

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

=DATEDIF(start_date,end_date,unit)

  • start_date วันที่ที่แสดงวันที่แรกหรือวันที่เริ่มต้นของช่วงเวลา อาจใส่วันที่ในรูปสตริงข้อความภายในเครื่องหมายอัญประกาศ (ตัวอย่างเช่น “2001/1/30”) ในรูปเลขลำดับ (ตัวอย่างเช่น 36921 ซึ่งแสดงวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2001 ถ้าคุณกำลังใช้ระบบวันที่ 1900) หรือในรูปผลลัพธ์ของสูตรหรือฟังก์ชันอื่น (ตัวอย่างเช่น DATEVALUE(“2001/1/30”))
  • end_date วันที่ที่แสดงวันที่สุดท้ายหรือวันที่สิ้นสุดของช่วงเวลา
  • unit ชนิดข้อมูลที่คุณต้องการให้ส่งกลับ
    • “Y” จำนวนปีทั้งหมดในช่วงเวลา
    • “M” จำนวนเดือนทั้งหมดในช่วงเวลา
    • “D” จำนวนวันในช่วงเวลา
    • “MD” ผลต่างระหว่างจำนวนวันใน start_date และ end_date เดือนและปีของวันที่จะถูกละเว้น
    • “YM” ผลต่างระหว่างจำนวนเดือนใน start_date และ end_date เดือนและปีของวันที่จะถูกละเว้น
    • “YD” ผลต่างระหว่างจำนวนวันใน start_date และ end_date ปีของวันที่จะถูกละเว้น
  • วันที่จะถูกเก็บเป็นเลขลำดับต่อเนื่องเพื่อให้สามารถใช้ในการคำนวณได้ ตามค่าเริ่มต้น วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1899 มีเลขลำดับเป็น 1 และวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2008 มีเลขลำดับเป็น 39448 เนื่องจากเป็นวันที่ 39448 นับจากวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1900
  • ฟังก์ชัน DATEDIF มีประโยชน์กับสูตรที่คุณต้องการคำนวณหาอายุ
Unknown's avatar

ฺBoonlert Aroonpiboon

เก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ

You may also like...

Discover more from Boonlert Aroonpiboon

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading