วิทยากราการใช้งานฐานข้อมูลคลังสื่อแบบเปิด และ Open Access
วิทยากราการใช้งานฐานข้อมูลคลังสื่อแบบเปิด และ Open Access เพื่อการจัดการผลงานวิชาการอย่างปลอดภัย ให้แก่อาจารย์และบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย
วิทยากราการใช้งานฐานข้อมูลคลังสื่อแบบเปิด และ Open Access เพื่อการจัดการผลงานวิชาการอย่างปลอดภัย ให้แก่อาจารย์และบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย
ลองใช้ Scopus ติดตามทิศทางเทคโนโลยีเล่นๆ ก็ ok เลยน่ะ เริ่มจากการดูทิศทางเทคโนโลยีจาก Gartner ก่อน แล้วเลือกเทคโนโลยีที่สนใจ เช่น Speech Recognition จากนั้นก็นำชื่อเทคโนโลยีไปลองค้นจาก Scopus ปรากฏผลดังนี้ จากภาพ จะปรากฏผลลัพธ์ 41,672 บทความวิชาการ ซึ่งหากคลิกปุ่ม Analyze search results จะได้ข้อมูลน่าสนใจ เช่น ผลงานวิชาการเกี่ยวกับ Speech Recognition มีการตีพิมพ์มากในปี 2010 และลดลงมาเรื่อยๆ สอดคล้องกับ Hype...
ขอเล่าเรื่องต่อจากคลังความรู้ … ประเด็นการเชื่อมระบบ ตอนที่แล้ว ระบบคลังความรู้ควรมีลักษณะอย่างไร คลังความรู้ควรมี 2 ระบบ โดยระบบปิด เป็นระบบหลักของหน่วยงานที่เก็บเอกสารทุกรายการในภาพรวมหน่วยงาน และคลังความรู้ระบบเปิด โดยมีกลไกที่ช่วยให้เอกสารพร้อมบรรณานุกรมไหลจากระบบปิดมายังระบบเปิดได้อัตโนมัติ คำว่า “ปิด” คำว่า “เปิด” ในความหมายของผม ไม่ได้หมายถึงคนเท่านั้น ยังรวมถึง Robot หรือ Engine ต่างๆ ที่อาจจะเข้ามาเก็บเกี่ยวข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ด้วยนะครับ ดังนั้นแนวทางการพัฒนาคลังความรู้ขององค์กร จึงควรพิจารณาให้ชัดเจนในประเด็นนี้ด้วย นอกจากนี้ ไม่ควรทำงานบนแนวคิด “ยุบรวมฐานเป็นหนึ่งเดียว” เพราะเอกสารแต่ละอย่างอาจจะมีลักษณะเฉพาะของตนเอง จึงควรพัฒนาระบบคลังความรู้แยกตามประเภทเอกสาร เช่น จดหมายเหตุ พิพิธภัณฑ์...
ณ วันนี้ที่การทำรายการบรรณานุกรมของเอกสารวิชาการ เอกสารวิจัยต่างก็จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรมงานพิมพ์คอมพิวเตอร์ รวมทั้งหลายๆ ท่านได้ใช้ความสามารถของเครื่องมือจัดการบรรณานุกรม – Reference Manager Software กลับพบว่าหลายหน่วยงาน หลายสถาบันยังคงกำหนดแนวปฏิบัติการเขียนบรรณานุกรมบนฐานเครื่องพิมพ์ดีดอยู่คงเดิม โดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานที่เปลี่ยนไป ดังเช่น จากภาพจะพบว่า แบบแผนและหลักเกณฑ์ ยังกำหนดให้เคาะ ไม่ว่าจะเป็นการเคาะหลังจุด หรือการเคาะย่อหน้าในบรรทัดที่ 2 (จากภาพคือ 8 เคาะ)
ฐานข้อมูลการวิจัย การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นฐานข้อมูลที่ดำเนินการพัฒนาโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เพื่อรวบรวมผลงานวิจัย ผลงานวิชาการด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมอันช่วยให้เข้าถึงและสืบค้นได้สะดวก รวมทั้งการประมวลผลข้อมูลในภาพของนักวิจัย นักวิชาการว่ามีใครบ้าง
ได้รับโจทย์ให้หาวิธีนำข้อมูลผลงานวิชาการประจำปี 2013 จาก Scopus มาจัดแต่งเพื่อประกอบการทำรายงานประจำปีของหน่วยงาน ดังตัวอย่าง วิธีการก็ไม่ยุ่งยากเลยครับ เริ่มจากการค้นหาผลงานจาก Scopus เนื่องจากเป็นภาพรวมผลงานระดับองค์กร จึงสามารถใช้ Affiliation Search ได้ ดังนี้
ในที่สุด Microsoft ก็หันมาเอาดีกับนักวิจัย นักวิชาการ โดยจัดทำเครื่องมือสืบค้นผลงานวิจัย ผลงานวิชาการที่เรียกว่า Microsoft Academic Search ซึ่งยังเป็นรุ่น Beta จึงอาจจะมีผลลัพธ์ไม่เท่ากับ Google Scholar หรือ Online Database ชั้นนำอย่าง Scopus อย่างไรก็ดีก็ย่อมมีจุดเด่นของตัวเอง เริ่มจากการกำหนดสาขาวิชาให้คลิกเลือกได้สะดวก แสดงผู้แต่งที่มีผลงานสูงสุด หรือถูกเรียกดูมากที่สุด
กระแส OA มาแรงมาก เพราะจุดเด่นหลายๆ ด้าน อย่างไรก็ดีเมื่อมีด้านดี ก็ต้องมีด้านลบโดยเฉพาะการที่สำนักพิมพ์ใช้ความเป็นระบบเปิดมาสร้างกระบวนการลับ ลวง พราง เกิดเป็นสำนักพิมพ์ในกลุ่ม OA ที่มีการทำงานแบบมีพิรุธ เข้าข่ายจอมปลอม หลอกลวง อันส่งผลให้บรรณารักษ์ท่านหนึ่ง ชื่อ Jeffrey Beall (Metadata Librarian) แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด เดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา ได้เริ่มศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว และนำผลที่ได้มาเริ่มเขียนบล็อก เพื่อแบ่งปันชุมชนวิจัยให้รับทราบและระมัดระวัง ในที่สุดบล็อกของเขาก็ได้รับความสนใจอย่างยิ่ง มีเสียงเชียร์ดังก้องจากประชาคมวิจัยทั่วโลก โดยมีการเผยแพร่รายการชื่อสำนักพิมพ์ที่น่าสงสัยมีพิรุธ ผ่านทางเว็บ http://scholarlyoa.com/publishers/ หน่วยงานวิจัยในประเทศไทย ควรให้ความสนใจกับบล็อกนี้ และเผยแพร่ให้นักวิจัย นักวิชาการ ตลอดทั้งผู้ประเมินผลงานวิชาการได้รับทราบโดยทั่วกัน...
จรรยาบรรณนักวิจัย ความเป็นมา ปัจจุบันนี้ผลการวิจัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็ นอย่างยิ่ง หากงานวิจัย ที่ปรากฏสู่สาธารณชน มีความเที่ยงตรง นำเสนอสิ่งที่เป็ นความจริงสะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ การที่จะให้ได้มาซึ่งงานวิจัยที่ดีมีคุณภาพ จำเป็นต้องมีส่วนประกอบสำคัญหลายประการ นอกจากการดำเนินตามระเบียบวิธีการวิจัยอย่างมีคุณภาพแล้ว คุณธรรมหรือจรรยาบรรณของนักวิจัยเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งประการหนึ่ง คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาสังคมวิทยาตระหนักถึงความสำคัญของจรรยาบรรณ นักวิจัยดังกล่าว จึงได้ริเริ่มดำเนินการยกร่างจรรยาบรรณนักวจัยเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อให้นักวิจัย นักวิชาการ ในสาขาวิชาการต่างๆ สามารถนำไปปฏิบัติได้ โดยผ่านกระบวนการขอรับ ความคิดเห็นจากนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่างๆ และได้ปรับปรุงให้เหมาะสมรัดกุมชัดเจน จนกระทั่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ ประกาศให้เป็นหลักเกณฑ์ควรประพฤติของนักวิจัยทั่วไป วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของนักวิจัยทั่วไป โดยมีลักษณะเป็นข้อพึงสังวรณ์มากกว่าจะเป็นข้อบังคับ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างจรรยาบรรณในหมู่นักวิจัยต่อไป นิยาม นักวิจัย...
ซอฟต์แวร์บริหารจัดการบรรณานุกรม (bibliographic management software หรือ citation management software หรือ Reference management software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษา นักเขียน นักวิชาการ จัดเก็บและใช้งานข้อมูลบรรณานุกรมที่ได้จากการสืบค้นจากแหล่งทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ เช่น WebOPAC ฐานข้อมูลออนไลน์ เว็บไซต์ ทั้งโดยการนำเข้าโดยตรง (Manual) และแบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ข้อมูลบรรณานุกรมที่ได้จากการสืบค้น เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อบทความ ชื่อรายการ ปีที่ ฉบับที่ เลขหน้าจะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของซอฟต์แวร์ดังกล่าว ข้อมูลบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ จัดเก็บด้วยโปรแกรม JabRef
การรวบรวมบรรณานุกรมมีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการเขียนรายงาน การจัดทำผลงานวิชาการ โดยจะเป็นกระบวนการที่สืบเนื่องจากศึกษาค้นคว้าแล้วมีการจดโน้ตบันทึกรายละเอียดสำคัญที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า รวมทั้งการบันทึกรายการบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศที่จดเป็นโน้ต ซึ่งจะถูกไปใช้ในการประกอบการเขียนรายงาน ผลงานวิชาการต่อไป ตัวอย่างการจดโน้ต : Benjamin, J. R. (2009). A Student’s Guide to History. Bedford/St. Martin’s.
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ได้พัฒนาระบบห้องสมุดดิจิทัลผลงานวิชาการ ผลงานวิจัยเพื่อให้บริการสืบค้นออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ โดยบริการบรรณานุกรมและเอกสารฉบับเต็ม (บางผลงาน) ของวิทยานิพนธ์ และผลงานวิจัย โดยสามารถเข้าใช้บริการได้ที่ http://dric.nrct.go.th
การอ้างอิง เป็นสิ่งสำคัญของการทำเอกสารวิชาการ อันจะแสดงว่าเอกสารวิชาการนั้นมีคุณค่ามากน้อยเพียงใด อีกทั้งแสดงให้เห็นว่านักวิวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาได้ให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลที่มา และให้เครดิตเจ้าของผลงานวิชาการที่ตนนำมาอ้างอิงหรือไม่ แม้นว่าในปัจจุีับันจะมีเครื่องมือช่วยจัดการการอ้างอิง (Reference Manager) เช่น EndNote หรือ Zotero แต่การทำอ้างอิงก็ยังเป็นไปในลักษณะใช้มือทำ คือ กรณีอ้างอิงหนังสือ ผู้อ้างอิงก็จะต้องพิมพ์ข้อมูลบรรณานุกรมของหนังสือเล่มนั้นลงไปโปรแกรม Word ณ ตำแหน่งที่ต้องการอ้างอิง และจะต้องรวบรวมรายการอ้างอิงทั้งเล่มมาทำรายการบรรณานุกรมซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียเวลามาก อีกทั้งรูปแบบการอ้างอิง และรูปแบบรายการบรรณานุกรมก็อาจจะแตกต่างไปตามสถาบัน หรือหน่วยงานที่รับผลงานวิชาการนั้น ทำให้นักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาทำรายการอ้างอิงไม่ครบถ้วน หรือไม่ตรงตามรูปแบบที่สถาบันนั้นๆ กำหนด การทำรายการอ้างอิงแบบมือนี้่ยังรวมถึงการทำอ้างอิงบทความจากสื่อดิจิทัล หรือแม้นแต่จากเว็บไซต์ ซึ่งทำให้การอ้างอิงเป็นเรื่องยุ่งยาก...
บทความแนะนำ “ตื่นเถิดชาวไทย ถึงเวลาจะปรับปรุงกฎหมายลิขสิทธิ์กันหรือยัง” ประเด็นน่าสนใจการใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม …. สำหรับทุกท่าน สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ : Creative Commons eBook กับประเด็นลิขสิทธิ์ และเชื่อมโยงกับบริการโดยบรรณารักษ์ แนวปฏิบัติการเผยแพร่เนื้อหาผ่านเว็บเพื่อการเรียนการสอน การรับรู้ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เหตุใดต้องมี “อ้างอิง” ผลงานวิชาการกับประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในยุคดิจิทัล ค้นหาภาพที่ให้ใช้ได้ตามสัญญาอนุญาต Creative Commons จาก Flickr.com แหล่งรวมฟรี ClipArt เหตุใด … ฟอนต์จึงสามารถฟ้องร้องประเด็น “ลิขสิทธิ์” ได้ ข้อมูลการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพ… ผมเอาความผิดของตัวเอง มาให้ดูเป็น...
การนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ไปใช้งานโดยเฉพาะในงานวิชาการ จำเป็นต้องมีการประเมินคุณภาพเนื้อหาและเว็บไซต์ดังกล่าว ทีมพัฒนา EasyBib และ ResearchReady ได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องมือช่วยประเมินคุณภาพเนื้อหาและเว็บไซต์โดยใช้เกณฑ์ PAARC ซึ่งประกอบด้วย Purpose, Authority, Accuracy, Relevance และ Currency โดยระบบจะมีคำถามและตัวเลือกให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเพียง 5 ขั้นตอน การใช้งานก็ไม่ยากเริ่มด้วยการเข้าเว็บไซต์ http://webeval.researchready.com/ จากนั้นป้อน URL ของเว็บที่ต้องการประเมิน โปรแกรมจะแสดงเนื้อหาพร้อมคำถามทีละขั้นตอนให้ประเมิน
รูปแบบหนึ่งของการเข้าถึงแบบเปิด ก็คือ OAJ (Open Access Journal) หรือที่เรียกกันว่า Gold OA โดยผู้เขียนบทความ แหล่งเงินทุนหรือสถาบันต้นสังกัดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้แก่สำนักพิมพ์ในการตีพิมพ์บทความนั้นโดยที่ผู้อ่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และอนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตได้ โดยสำนักพิมพ์จะให้บริการออนไลน์ทำให้เข้าถึงวารสารที่เป็น OA ได้ง่ายขึ้น โดยทั้งหมดมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้รับความรู้ได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้กันภายในหมู่นักวิจัยและผู้ที่สนใจเพื่อก่อให้เกิดสังคมความรู้ต่อไป การตีพิมพ์บทความลงวารสารวิชาการ เป็นการเผยแพร่บทความของตนเพื่อให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งจะมีกระบวนการตีพิมพ์ที่แตกต่างกัน เพราะแต่ละสำนักพิมพ์จะเป็นผู้สนับสนุนในการเผยแพร่ผลงานวิชาการในวารสาร เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาความรู้ทางวิชาการแก่สังคมและประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการเผยแพร่ผลงานวิชาการที่มีคุณภาพของนักวิจัยและอาจารย์ เพื่อทำให้บทความวิชาการของนักวิจัยและอาจารย์ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสถาบันหรือองค์กรอื่นพร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของบุคลากรอีกด้วย การจะทำให้บทความที่ถูกตีพิมพ์นั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้น สำนักพิมพ์หรือสถาบันจำเป็นจะต้องตระหนักถึงระบบจัดการวารสารวิชาการเพื่อการเผยแพร่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อให้การเผยแพร่วารสารวิชาการแบบอิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเผยแพร่บทความวารสารที่นอกเหนือจากบทความที่มีการจัดพิมพ์และเผยแพร่ในแบบสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งนี้ซอฟต์แวร์ที่นิยมนำมาพัฒนา OAJ ได้แก่ OJS: Open Journal...
Social Networks อีกรายที่ชื่นชอบมาระยะหนึ่งแล้วก็คือ http://academia.edu/ ที่มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานวิชาการในรูปของหนังสือ บทความ การนำเสนอบนเวที สื่อนำเสนอ วิทยานิพนธ์ และประกอบร่างเป็น CV ของเราได้ง่าย
ก่อนหน้านี้ประทับใจกับ WordPress เพราะมีให้เลือกใช้ทั้งแบบ Open Source และ Web Hosting … ตอนนี้เพิ่มด้วย Omeka ครับ เพราะมีให้เลือกทั้ง Open Source และ Web Hosting เช่นกัน ตัวอย่างเว็บคลังเอกสารดิจิทัลของผมที่พัฒนาด้วย Omeka.net เข้าถึงได้ที่ http://boonlert.omeka.net/ ระบบรองรับเอกสารหลากหลายฟอร์แมต สร้าง Collection / Item Type ได้ตามต้องการ … สนับสนุนภาษาไทย และฟรีด้วยครับ Omeka เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานกับทรัพยากรสารสนเทศหลากหลายรูปแบบ จึงเหมาะสำหรับการประยุกต์ใช้เป็นคลังเอกสารดิจิทัล...
ในการเขียนผลงานวิชาการ บทความทางวิชาการ หรือการทำงานวิจัย คงหนีไม่พ้นที่ต้องค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการค้นหาบทความจากวารสารทางวิชาการชั้นนำ (ณ ตอนนี้ขอเป็นวารสารชั้นนำฉบับภาษาต่างประเทศก่อนนะครับ) จากนั้นก็จะนำข้อมูลบรรณานุกรมของบทความดังกล่าวมาอ้างอิงและทำเป็นรายการบรรณานุกรมท้ายเล่ม ซึ่งบางครั้งความล่าช้าของการเขียนบทความ หรือผลงานวิชาการก็มาจาก “รายการบรรณานุกรมท้ายเล่ม” นั่นเอง แต่ด้วย DOI หรือ Digital Object Identifier หรือ ตัวระบุวัตถุดิจิทัล หรือทับศัพท์ว่าดีโอไอ ที่มาเป็นพระเอกม้าขาว ช่วยให้การทำรายการบรรณานุกรมท้ายเล่มสะดวกมากขึ้น เริ่มด้วยการสำรวจหน้าแรกของบทความที่เลือกใช้งานก่อนนะครับ โดยหาข้อมูลที่ขึ้นต้นด้วย DOI ดังนี้
สไลด์ผลงานวิชาการกับประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและการละเมิดลิขสิทธิ์ในยุคดิจิทัล
You must be logged in to post a comment.